วันเวลาปัจจุบัน 20 ต.ค. 2020, 23:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 20, 21, 22, 23, 24  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 21:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
เพราะพ่อแม่พาอยู่กับพระป่าพระอรหันต์ทางภาคอีสานหลายๆที่มาตั้งแต่เด็ก

:b25: ... ดีจัง :b16:
แค่อากาศ เขียน:
- จนเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนจึงรู้จักพระนิพพานว่าคือ ความหลุดพ้นทุกข์ แดนพระนิพพานคือที่ๆพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ประทับอยุ่ มีแต่ผู้บรรลุธรรมเท่านั้นที่จะไปอยู่ได้ แม้จะถอดหัวถอดจิตไปดูได้แต่หากยังไม่บรรลุก็ไปอยู่ไม่ได้
- จนในทุกวันนี้สำหรับผมนิพพานมีรอผมอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาของผมในตอนนี้เท่านั้นเอง เพราะยังมีกิจ ยังมีภาระที่ต้องทำอีกมาก เมื่อเสร็จกิจอันที่ผมควรทำนั้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะเปิดประตูมิติเข้าสู่พระนิพพาน

10 ปี ดูเหมือน ทัศนะ เกี่ยวกับ นิพพาน จะเปลี่ยนแปลงไป

แค่อากาศ เขียน:
...เมื่อเสร็จกิจอันที่ผมควรทำนั้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่ผมจะเปิดประตูมิติเข้าสู่พระนิพพาน

:b16:

ทั้ง อ๊บซ์ และ ผักกาด ต่างมี ทัศนะ ในแบบที่รองรับความเป็นไปของแต่คน

แค่อากาศ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:

ความอยากหายไป..แสดงว่า.เคยอยากมาก่อน...มิฉะนั้น..คงหายไปไม่ได้

เล่าให้ฟังหน่อยซี..ปฐมเหตุของการอยากไปนิพพานของเอกอน..นะ
:b17: rolleyes rolleyes


ตอนนี้ผมก็รอฟังท่านเอกอนเล่าอยู่นะครับ :b20: :b20: :b20:


ส่วนปฐมเหตุ :b32: ปฐมเหตุจริง ๆ จำไม่ได้เลยนะ
น่าจะเป็น ทิฏฐิ ที่หล่อหลอมมาในครั้งอดีต

แต่ตอนที่มันหายไป จำได้ :b32:
คือ เราก็ปฏิบัติไป และก็มองหานิพพานไปนั่นล่ะ เพราะเราถูกปลูกฝังมาอย่างนั้น
ในตอนปฏิบัติ เอกอนรู้สึกเหมือนว่าเราคล้ายกับนักเดินทางที่แสวงหาบ่อน้ำกลางทะเลทราย
เราคือผู้กระหาย และสิ่งที่เราคาดหวังจะพบเพื่อดับกระหาย คือ บ่อน้ำ
ก้าวที่ผ่านมาก็ร้อน แห้งแล้ง แผดเผา
(เราศึกษาปฏิบัติมา เราก็ยังรู้สึกว่าเรายังกระหายใคร่รู้และดั้นด้นออกเดินทางตามหา)
ก้าวที่ยืนอยู่ก็ร้อน แห้งแล้ง แผดเผา
(และตอนนี้เราก็ยังคงศึกษาปฏิบัติอยู่ ความกระหายใคร่รู้ก็ยังคงเกาะกิน)
ก้าวที่จะก้าวต่อไปก็ร้อน แห้งแล้ง แผดเผา
(กระนั้นก้าวต่อไปความกระหายก็ยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นเช่นนั้น)
จึงได้ฉุกคิดขึ้นมาว่า
มันจะมีบ่อน้ำในทะเลทรายแห่งกาลเวลาได้อย่างไร เมื่อมันมีอดีตคอยฉุด อนาคตคอยลาก

เอกอนก็เลย ตัดความกังวลในอดีตและอนาคตออกไป
และเอกอนก็พบตัวเอง ยืนอยู่กลาง โอเอซิส
ซึ่งทั้งดับกระหาย มีร่มเงาให้พัก เย็นสบาย

เอกอนเห็นความอยากไปนิพพานหายไป และเอกอนรู้สึกสันติกับทะเลทราย
เพราะเอกอนแม้จะยังอยู่กลางทะเลทราย แต่ตรงที่เอกอนยื่นอยู่มันเป็น โอเอซิส

:b1:

คือเอกอนก็ยังไม่ได้ นิพพาน หรอก
เพียงแต่ว่า ทิฏฐิอันว่าด้วย นิพพาน
ไม่ได้สามารถลากจูงเอกอนให้ออกไปเดินเล่นกลางทะเลทรายให้แดดเผาก้นอีกแล้วง่ะ
ก็เลย อยู่ใน โอเอซีส โดยมาก
และก็ส่องพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ในทะเลทรายจากใต้ร่มไม้และสายน้ำ :b9:

:b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ม.ค. 2019, 21:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:

เอกอนเห็นความอยากไปนิพพานหายไป และเอกอนรู้สึกสันติกับทะเลทราย
เพราะเอกอนแม้จะยังอยู่กลางทะเลทราย แต่ตรงที่เอกอนยื่นอยู่มันเป็น โอเอซิส

:b1:

คือเอกอนก็ยังไม่ได้ นิพพาน หรอก
เพียงแต่ว่า ทิฏฐิอันว่าด้วย นิพพาน
ไม่ได้สามารถลากจูงเอกอนให้ออกไปเดินเล่นกลางทะเลทรายให้แดดเผาก้นอีกแล้วง่ะ
ก็เลย อยู่ใน โอเอซีส โดยมาก
และก็ส่องพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ในทะเลทรายจากใต้ร่มไม้และสายน้ำ :b9:

:b12:


:b17: :b17: :b17:

ยินดีด้วย....

:b17: :b17: :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ม.ค. 2019, 12:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
แค่อากาศ เขียน:
..แต่ทุกครั้งที่มันจวนเจียนจะไปมันก็มักจะเกิดสิ่งให้พบเจอหรือกลับมาหวนระลึกนึกคิดว่าเรายังมีกิจที่ต้องทำค้ำคอไว้ มีสิ่งที่ต้องทำ มีสัจจะวาจา มีสัจจะอธิษฐาน มีเหตุยังไปพอในผล ก็ต้องมุ่งหน้าทำต่อไปด้วยใจปล่อยวางเพราะรู้กิจที่ต้องทำ
....................


เห็นมะมันมีเป็นทอดๆ :b32: :b32: :b32:

ทุกวันนี้ก็เลยเรื่อย เหมือนจะเหลาะแหละแต่ก็ไม่ละเลย :b32: :b32: :b32: คำแก้ตัวผมนะ 555


:b10: :b10:

:b12: :b12: :b12:

ดีนะ....ไม่ไป เพราะมีเหตุมีผล..นี้.. :b17: :b17:

ดีกว่า...ความไม่มีเหตุมีผลของผม..กลัว.. :b32: :b32: :b32:




55555 ท่านอ๊บมุกนี้คิดได้นะ


.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 18 ม.ค. 2019, 12:14, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ม.ค. 2019, 12:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
eragon_joe เขียน:

เอกอนเห็นความอยากไปนิพพานหายไป และเอกอนรู้สึกสันติกับทะเลทราย
เพราะเอกอนแม้จะยังอยู่กลางทะเลทราย แต่ตรงที่เอกอนยื่นอยู่มันเป็น โอเอซิส

:b1:

คือเอกอนก็ยังไม่ได้ นิพพาน หรอก
เพียงแต่ว่า ทิฏฐิอันว่าด้วย นิพพาน
ไม่ได้สามารถลากจูงเอกอนให้ออกไปเดินเล่นกลางทะเลทรายให้แดดเผาก้นอีกแล้วง่ะ
ก็เลย อยู่ใน โอเอซีส โดยมาก
และก็ส่องพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ในทะเลทรายจากใต้ร่มไม้และสายน้ำ :b9:

:b12:


:b17: :b17: :b17:

ยินดีด้วย....

:b17: :b17: :b17:




นั่นแหละสุดยอดแล้วครับท่านเอกอน :b8: :b8: :b8: ที่สุดมันก็เป็นแบบนั้น :b4: :b4: :b4: เป็นความยินดี แต่ไม่ปารถนา :b12: :b12: :b12:

- ดั่งพระท่านว่าเมื่อเหตุมันดี เหตุมันเต็มมันได้เอง ไม่ทำสุดโต่ง ทำสะสมเหตุไปให้เป็นที่สบายกายใจ แต่ทำไม่ขาด สมัยหลวงปู่มั่นครูบาอาจารย์เราท่านนี้ระลึกชาติได้ก่อรที่จะตัดเอาเป็นเอาตายนะ รู้เหตุของตนว่าดีแล้ว รู้กิจของตน และที่สำคัญท่านเป็นสงฆ์ไม่มีบ่วงแล้ว

เราๆยังมีบ่วงคล้องคอยังเพศฆราาสอยู่ต้องสะสมไป เดินกลางๆไว้จนกว่าจะถึงเวลาของตน

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ม.ค. 2019, 22:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
กบนอกกะลา เขียน:
eragon_joe เขียน:

เอกอนเห็นความอยากไปนิพพานหายไป และเอกอนรู้สึกสันติกับทะเลทราย
เพราะเอกอนแม้จะยังอยู่กลางทะเลทราย แต่ตรงที่เอกอนยื่นอยู่มันเป็น โอเอซิส

:b1:

คือเอกอนก็ยังไม่ได้ นิพพาน หรอก
เพียงแต่ว่า ทิฏฐิอันว่าด้วย นิพพาน
ไม่ได้สามารถลากจูงเอกอนให้ออกไปเดินเล่นกลางทะเลทรายให้แดดเผาก้นอีกแล้วง่ะ
ก็เลย อยู่ใน โอเอซีส โดยมาก
และก็ส่องพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ ในทะเลทรายจากใต้ร่มไม้และสายน้ำ :b9:

:b12:


:b17: :b17: :b17:

ยินดีด้วย....

:b17: :b17: :b17:




นั่นแหละสุดยอดแล้วครับท่านเอกอน :b8: :b8: :b8: ที่สุดมันก็เป็นแบบนั้น :b4: :b4: :b4: เป็นความยินดี แต่ไม่ปารถนา :b12: :b12: :b12:

- ดั่งพระท่านว่าเมื่อเหตุมันดี เหตุมันเต็มมันได้เอง ไม่ทำสุดโต่ง ทำสะสมเหตุไปให้เป็นที่สบายกายใจ แต่ทำไม่ขาด สมัยหลวงปู่มั่นครูบาอาจารย์เราท่านนี้ระลึกชาติได้ก่อรที่จะตัดเอาเป็นเอาตายนะ รู้เหตุของตนว่าดีแล้ว รู้กิจของตน และที่สำคัญท่านเป็นสงฆ์ไม่มีบ่วงแล้ว

เราๆยังมีบ่วงคล้องคอยังเพศฆราาสอยู่ต้องสะสมไป เดินกลางๆไว้จนกว่าจะถึงเวลาของตน


:b14: :b10: :b6:

มันน่ายินดีตรงไหนน๊อ... เอกอนยังไม่ได้นิพพานสักกาหน่อย :b32:
เอกอนแค่อธิบายให้เห็นเป็นนัยว่า ทิฏฐิ เกี่ยวกับ นิพพาน
ทีผลักดันจนเราเกิดความใคร่รู้ ใคร่อยาก มันหายไปแค่นั้นเอง
เพราะเอกอนเห็นความใคร่รู้ ใคร่อยาก ใคร่ที่จะไปให้ถึง
มันกลายเป็นสิ่งที่คอยรนก้น คอยผลักดันให้ต้องทำอะไร ๆ ให้ยิ่งขึ้น ๆ ตลอดเวลาน่ะ

:b10: :b6: :b12:

คือถ้ามองในแง่ดี ราวกับเหมือนว่าเอกอน ละได้
แต่ถ้ามองอีกแง่ นั่นอาจจะหมายความว่า
เอกอนดันพลาดไปตัดวงจรที่ทำให้ฉันทะในการที่จะไปนิพพานหายไป :b6:

:b32: :b32: :b32:

หลายแง่หลายง่ามเน๊อะ

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2019, 04:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ที่..ยินดีด้วย..นั้น..

ไม่ใช่..ยินดีเพราะถึงนิพพาน..จักกะหน่อย.. :b13: :b13:

รูปภาพ

รูปภาพ

เคยไปขึ้นภูกระดึง..มั้ย?...ตอนถึงซำแฮก..ซำแรก..ผมเดินเล่นดูรอบๆ..แวะร้านขายอาหาร.. :b12: :b12:

กว่าจะถึงหลังแป....มันมีหลายซำ..ให้ได้พักนั่งเล่น..เดินเล่น. :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2019, 11:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2019, 13:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
ที่..ยินดีด้วย..นั้น..

ไม่ใช่..ยินดีเพราะถึงนิพพาน..จักกะหน่อย.. :b13: :b13:

รูปภาพ

รูปภาพ

เคยไปขึ้นภูกระดึง..มั้ย?...ตอนถึงซำแฮก..ซำแรก..ผมเดินเล่นดูรอบๆ..แวะร้านขายอาหาร.. :b12: :b12:

กว่าจะถึงหลังแป....มันมีหลายซำ..ให้ได้พักนั่งเล่น..เดินเล่น. :b32: :b32:




เอามาพูดแบบล้ำลึก ในแต่ละระดับเลยนะนี่ :b32: :b32: :b32: ถึงจุดนี้ก็พักนั่งเล่นดูทิวทัศน์จนเจริญใจหายเหนื่อยแล้ว ค่อยไปต่อ :b32: :b32: :b32:

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แก้ไขล่าสุดโดย แค่อากาศ เมื่อ 19 ม.ค. 2019, 13:11, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ม.ค. 2019, 15:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คิดว่าอันนี้สำหรับท่านเอกอนและหลายๆท่านที่ทำงานบริษัท หรือก่อตั้งองค์กร หรือเปิดร้านค้ามีลูกจ้าง น่าจะมีประโยชน์นะครับ

http://www.graduate.cmru.ac.th/core/km_file/398.pdf

ท่านที่ทำ Thesis เรื่องนี้ ท่านนี้เก่งมากนะ นอกจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระภูมิพลมหาราช แล้ว ก็เพิ่งเห็นท่านที่ทำ Thesis เรื่องนี้แหละ เปิดวิสัยทัศน์ขึ้น แต่เรื่องแบบนี้มีมานานมากแล้ววใาการพัฒนาองค์กร และทรัพยากรบุคคล เพราะผมจะรู้จักตั้ังแต่สมัยเรียนประถม หรือที่เขาเรียก เข้าค่ายพุทธบุตร หรือ เรียนนักธรรมตอนประถมปลายกันนั่นแหละ ทุกวันนี้ในหลายๆบริษัทก็มีนิมนต์พระมาเทศนาสอนเวลาหลังเลิกงานทุกๆอาทิตย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้เกิดความฉลาดในธรรม ละชั่ว ทำดี เห็นประโยชน์ส่วนรวมเพื่อองค์กร เลิกโกงกิน คดโกง เป็นต้น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่สำนึกของแต่ละคนนะ ผู้ว่าจ้างก็ถือว่าได้ให้ธรรมทานแล้วบ้าง ได้สอนให้ทำดีแล้วบ้าง


------------------------------------------

ส่วนของผมทั้งแนวกรรมฐาน และ การเอากรรมฐานมาใช้ในชีวิตประจำวัน ผมไม่ใช่แนวสติปัฏฐาน ๔ แต่เป็น อริยะสัจ ๔ อิทธิบาท ๔ สัมมัปปธาน ๔ เพราะยังสะสมเหตุอยู่ แต่จะว่าไปสติปัฏฐฐาน ๔ ก็อยู่ในพระอริยะสัจ ๔ เป็นผลจากมรรคความสุจริตนั้นแหละ :b32: :b32: :b32: ดังนั้นจะกล่าวอ้างอันไหนก็อันดียวกัน แต่สติปัฏฐานเป็นเหตุ โพชฌฌงต์เป็นผล โพชฌงค์เป็นเหตุ อริยะสัจ ๔ คือ วิชชา เป็นผล ธรรม ๔ ในสัจจะ นี้ยิ่งใหญ่เนาะ เป็นเหตุก็ได้ เป็นยอดก็ได้ :b16: :b16: :b16:

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ม.ค. 2019, 20:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


แค่อากาศ เขียน:
คิดว่าอันนี้สำหรับท่านเอกอนและหลายๆท่านที่ทำงานบริษัท หรือก่อตั้งองค์กร หรือเปิดร้านค้ามีลูกจ้าง น่าจะมีประโยชน์นะครับ

http://www.graduate.cmru.ac.th/core/km_file/398.pdf

ท่านที่ทำ Thesis เรื่องนี้ ท่านนี้เก่งมากนะ นอกจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระภูมิพลมหาราช แล้ว ก็เพิ่งเห็นท่านที่ทำ Thesis เรื่องนี้แหละ เปิดวิสัยทัศน์ขึ้น แต่เรื่องแบบนี้มีมานานมากแล้ววใาการพัฒนาองค์กร และทรัพยากรบุคคล เพราะผมจะรู้จักตั้ังแต่สมัยเรียนประถม หรือที่เขาเรียก เข้าค่ายพุทธบุตร หรือ เรียนนักธรรมตอนประถมปลายกันนั่นแหละ ทุกวันนี้ในหลายๆบริษัทก็มีนิมนต์พระมาเทศนาสอนเวลาหลังเลิกงานทุกๆอาทิตย์ เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้เกิดความฉลาดในธรรม ละชั่ว ทำดี เห็นประโยชน์ส่วนรวมเพื่อองค์กร เลิกโกงกิน คดโกง เป็นต้น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่สำนึกของแต่ละคนนะ ผู้ว่าจ้างก็ถือว่าได้ให้ธรรมทานแล้วบ้าง ได้สอนให้ทำดีแล้วบ้าง


------------------------------------------

ส่วนของผมทั้งแนวกรรมฐาน และ การเอากรรมฐานมาใช้ในชีวิตประจำวัน ผมไม่ใช่แนวสติปัฏฐาน ๔ แต่เป็น อริยะสัจ ๔ อิทธิบาท ๔ สัมมัปปธาน ๔ เพราะยังสะสมเหตุอยู่ แต่จะว่าไปสติปัฏฐฐาน ๔ ก็อยู่ในพระอริยะสัจ ๔ เป็นผลจากมรรคความสุจริตนั้นแหละ :b32: :b32: :b32: ดังนั้นจะกล่าวอ้างอันไหนก็อันดียวกัน แต่สติปัฏฐานเป็นเหตุ โพชฌฌงต์เป็นผล โพชฌงค์เป็นเหตุ อริยะสัจ ๔ คือ วิชชา เป็นผล ธรรม ๔ ในสัจจะ นี้ยิ่งใหญ่เนาะ เป็นเหตุก็ได้ เป็นยอดก็ได้ :b16: :b16: :b16:


:b8: :b16: ขอบคุณมากที่เอาสิ่งดี ๆ มาฝาก

เรื่อง พุทธศาสนา กับ องค์กร :b1:
แต่นั่นล่ะ "สุดท้ายก็อยู่ที่สำนึกของแต่ละคน"

:b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2019, 10:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2018, 00:52
โพสต์: 511

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:

:b8: :b16: ขอบคุณมากที่เอาสิ่งดี ๆ มาฝาก

เรื่อง พุทธศาสนา กับ องค์กร :b1:
แต่นั่นล่ะ "สุดท้ายก็อยู่ที่สำนึกของแต่ละคน"

:b1:


ด้วยความยินดีครับ การเปลี่ยนสันดารคนมันยาก เปลี่ยนสันดารตนเองยังยากเลย เพราะมันถูกกิเลสทับถมมาเป็นอสงไขย จะง่ายยิ่งกว่าถ้าปลงใจทำใจยอมรับมัน คนเรามีโอกาสพบเจอสิ่งที่ดีและอบรมขัดเกลาจิตต่างกัน แต่อย่างน้อยก็ดีที่เรายื่นมือให้ทางสว่างแก่เขา มันก็เหมือนเราทำอิทธิบาท ๔ นั่นแหละ พเอใจที่ได้ทำ ไม่หวังผล ได้แค่ไหนไม่สำคัญ สำคัญที่เราได้ทำก็เพียงพอครับ

.....................................................
(จิตรู้สมมติ เป็นสมุทัย)
(ผลอันเกิดจากจิตรู้สมมติ เป็นทุกข์)
(จิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นมรรค)
(ผลอันเกิดจากจิตเห็นจริงต่างหากจากสมมติ เป็นนิโรธ)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 356 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 20, 21, 22, 23, 24

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 18 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร