วันเวลาปัจจุบัน 13 ส.ค. 2020, 07:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มี.ค. 2020, 07:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3863


 ข้อมูลส่วนตัว


"...ชีวิตเราไม่ว่าจะยืนยาวแค่ไหน สักวันหนึ่งก็ต้องสิ้นสุด #ความตาย เป็นสิ่งที่เราหลีกหนีไม่พ้น นี้คือความแน่นอนที่ต้องบังเกิดขึ้น แต่น่าแปลก ที่ผู้คนเป็นอันมากไม่ค่อยนึกถึงเรื่องนี้เท่าไร

หลายคนมีชีวิตราวกับลืมไปว่าตัวเองจะต้องตาย เอาแต่เที่ยวเตร่สนุกสนาน ราวกับว่าความสนุกสนานจะช่วยตนเองได้ในวาระสุดท้ายของชีวิต หลายคนง่วนกับการสะสมทรัพย์สมบัติ ราวกับว่าจะสามารถเอามันไปได้หลังตายไปแล้ว..."

ธรรมคำสอน.. พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล









"สร้างอะไรก็ไม่เท่ากับสร้างจิตสร้างใจเจ้าของดอก
สุขอยู่ที่ใจ ทุกข์อยู่ที่ใจ สวรรค์นิพพานอยู่ที่ใจ...พากันสร้างเอาเด้อ"

หลวงปู่ปั่น สมาหิโต
วัดป่าศิริดำรงวนาราม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร








ถาม : การทำจิตให้สงบนี้
จำเป็นต้องนั่งนานๆ เดินจงกรมนานๆไหมคะ

.พระอาจารย์ : ไม่จำเป็น อยู่ที่ทำแล้วมันได้ผล

ถาม : ถ้าว่างสัก ๕ นาที ๑๐ นาที
ก็กำหนดดูลมหายใจ อย่างนี้ก็ถือว่าได้เหมือนกัน

.พระอาจารย์ : ได้ มีวิธีทำสมาธิถึง ๔๐ ชนิด
คือกรรมฐาน ๔๐

ถาม : ไม่เกี่ยวกับระยะเวลา

.พระอาจารย์ : ไม่เกี่ยว

ถาม : บางคนนั่งภาวนาได้ ๒ – ๓ ชั่วโมง
แต่เราไม่มีเวลา ได้เพียง ๕ นาทีอยู่กับลมหายใจ
อย่างนี้ก็ได้เหมือนกันใช่ไหมเจ้าคะ

.พระอาจารย์ : บางคน ๕ นาทีจิตลงถึงฐานเลย
"ถ้ายังไม่ลงถึงฐาน" ก็ยังไม่ดี

ถาม : ทราบได้อย่างไรคะ ว่าเราว่างเราสบาย

.พระอาจารย์ : จะรู้เอง
เหมือนกับตกหลุมตกบ่อตกเหว
หายเงียบไปเลย หายไปหมดเลย
ร่างกายหายไปหมดเลย ต้องรู้เอง
"ถ้าลงจริงๆแล้วไม่ต้องไปถามใคร"

ถาม : เบาโปร่งสบาย ไม่ได้คิดอะไร
เหมือนว่างอยู่ แต่รู้อยู่ ใช่ไหมคะ

.พระอาจารย์ : สงบแต่ยังไม่รวมเต็มที่
ถ้ารวมเต็มที่จะเหมือนหูดับตับไหม้

ถาม : เหมือนจิตตกเหว

.พระอาจารย์ : บางทีร่างกายกลายเป็น
ท่อนไม้ท่อนฟืน หายไปจากความรับรู้เลย

ถาม : แต่มันไม่นาน
จำเป็นต้องนานไหมเจ้าคะ หรือแล้วแต่

.พระอาจารย์ : นานได้ก็ดี ถ้าไม่นานก็พยายามทำไป
"ใช้ความสงบนี้เป็นฐานของวิปัสสนาได้"

คือ..เรารู้แล้วว่าจิตว่างเป็นอย่างไร
หน้าที่ของเราขั้นต่อไปก็คือ รักษาความว่างนี้ไปเรื่อยๆ
ทำงานทำการรับรู้อะไรต่างๆ
ก็อย่าให้ออกจากฐานของความว่างนี้
ถ้าออกปั๊บมันจะรู้ พอโลภปั๊บจะรู้ พอโกรธปั๊บจะรู้
เป็นเหมือนกับน้ำนิ่ง พอใครโยนอะไรลงไป
แม้แต่ก้อนกรวดเม็ดเล็กๆ น้ำจะกระเพื่อมขึ้นมาทันที

ถ้าเป็นกิเลสจิตจะกระเพื่อมขึ้นมาทันที เวลาคิด..มันปรุงหรือมีปฏิกิริยากับอะไรที่เห็นที่ได้ยิน
จะกระเพื่อม พอใครพูดอะไรปั๊บ
ถ้าเป็นกิเลสก็จะกระเพื่อมขึ้นมา ถ้าไม่เป็นกิเลสก็จะเฉยๆ

ถ้าได้สมาธิแบบนี้แล้ว จะรู้เองว่าจะทำอย่างไรต่อไป
"เห็นแล้วว่าภารกิจที่แท้จริง..อยู่ภายใน"
อยู่ที่ความกระเพื่อมของจิต .
.......................................
.
จุลธรรมนำใจ13 กัณฑ์ 382
ธรรมะบนเขา 25/5/2551
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี










"เวลาเป็นของมีค่า...ควรบริหารให้เกิดมรรคผล"

พระอาจารย์คม อภิวโร
วัดป่าธรรมคีรี (จันดีอนุสรณ์) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา








โรคภัยไข้เจ็บแปลกๆ ที่มันเกิดขึ้นมาได้จากคนรับประทานอาหารดิบๆ สุกๆ หรือว่าเนื้อสัตว์หรือสัตว์ที่ไม่สุก บริโภคเนื้อสัตว์จะเป็นหนู งู ค้างคาว แมว สุนัข สารพัดสัตว์ คนชอบไปบริโภคและติดใจในรสชาติของความสด คงจะมีแบคทีเรียในร่างกายมากมายที่จะป้องกันได้ แต่เมื่อไม่มีก็ติดเชื้อโรคสัตว์สู่คน คนติดเชื้อสู่คนไป มันเลยกลายเป็นกรรมของคนที่อยู่ร่วมกัน
กรรมปาณาติบาต ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น คือเมื่อเบียดเบียนชีวิตสัตว์ ชีวิตเราก็มีโรคภัยไข้เจ็บ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ชีวิตเราสั้นลง ฉะนั้นถ้าพูดถึงเรื่องกรรม ก็ต้องมีกรรม กรรมก็เป็นเผ่าพันธุ์ด้วย เมื่อเรารับสิ่งอะไรจากคนที่เขามีกรรม เราก็รับโรคเขาไปด้วย เช่นคนเขามาเที่ยวบ้านเรา เรารับปัจจัยเงินทองเขาเหมือนกับกรรมเข้ามาด้วย โรคภัยไข้เจ็บติดกันมาด้วย เป็นกรรมของเรา ของประเทศเราเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่มีกรรมคงไม่เป็นไร ต้องระมัดระวังไว้ให้มาก การแพทย์บ้านเราคงจะแข็งแรง เก่ง ระดับต้นๆ ของโลก ไม่กลัว อะไรรักษาไม่ได้ อาจจะเจอสมุนไพรไทยรักษาได้ก็ได้ ก็ยิ่งจะยิ่งดังเหมือนกัน เพราะว่าบุญรักษาอยู่ในเมืองของพระพุทธศาสนา เราต้องเชื่อมั่นในบารมีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแน่นแฟ้นเอาไว้ก่อน เป็นที่พึ่งทางใจ บางทีเป็นโรคภัยไข้เจ็บ เป็นทางกาย แต่ใจไม่เป็นอะไร

หลวงพ่ออนันต์ อกิญฺจโน
๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓








"เกิดมามีแต่คนช่วยเหลือ ถือว่ามีบุญ
แต่คนที่เกิดมาแล้ว ได้ช่วยเหลือคนอื่น
เป็นคนที่มีบุญมากกว่า "

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ











ปัญหามันไม่ได้วิ่งมาหาคน
คนต่างหากที่วิ่งใส่ปัญหา

คนเราเองต่างหากที่สร้างปัญหา
ปัญหามันสร้างเองไม่ได้
ถ้าคนไม่สร้างมันขึ้นมา

คนนั้นก็บอกว่ามีปัญหา
คนนี้ก็บอกมีปัญหา

เนี่ยคนเราสร้างปัญหา
ขึ้นมาเองทั้งนั้น

ให้เอาธรรมะแก้ไขปัญหา
พุทโธ พุทโธ พุทโธ
เนี่ย...เข้าใจไหม!!

โอวาทธรรม หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร
วัดถ้ำสหายธรรมจันทร์นิมิต อ.หนองแสง จ.อุดรธานี








ความตายก็เป็นอริยสัจ พิจารณาลงไปซิ.. อะไรตาย.. ไม่ตาย

โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน










ลูกหลาน.. ถ้ามีเวลาว่าง ให้สวดรัตนสูตร.. กันนะ

โอวาทธรรมหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก







อย่ามุ่งหมายความสุขอะไร มากไปกว่าความปกติของจิต ที่ไม่ยินดี ยินร้าย ไม่ขึ้น ไม่ลงไปตามอารมณ์ที่กระทบ

โอวาทธรรม ท่านพุทธทาสภิกขุ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร