วันเวลาปัจจุบัน 20 มี.ค. 2026, 17:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์ เมื่อ: 03 มี.ค. 2026, 12:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5525


 ข้อมูลส่วนตัว


“..ถ้าไม่รักษาใจจะรักษาอะไรถึงจะเป็นศีลเป็นธรรมที่ดีงามได้ นอกจากคนที่ตายแล้วเท่านั้นจะไม่ต้องรักษาใจแม้กายวาจาก็ไม่จำต้องรักษา แต่ความเป็นเช่นนั้นของคนตายนักปราชญ์ท่านไม่ได้เรียกว่าเขามีศีล เพราะไม่มีเจตนาเป็นเครื่องส่องแสดงออก ถ้าเป็นศีลได้ควรเรียกได้เพียงว่าศีลคนตาย ซึ่งไม่สำเร็จประโยชน์ตามคำเรียกแต่อย่างใด ส่วนอาตมามิใช่คนตายจะรักษาศีลแบบคนตายนั้นไม่ได้ ต้องรักษาใจให้เป็นศีลเป็นธรรมสมกับใจเป็นผู้ทรงไว้ทั้งบุญทั้งบาปอย่างตายตัว..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)




“..พระพุทธเจ้าให้นั่งพิจารณาดู และให้เข้าวัดทุกวัน จะนั่งอยู่ก็ดี จะนอนอยู่ก็ดี กราบที่พึ่งของเราเสียก่อน คือกราบครั้งที่หนึ่ง "พุทโธ" นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของเรา กราบครั้งที่สอง "ธัมโม" นึกถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งของเรา กราบครั้งที่สาม "สังโฆ" นึกถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่งของเรา เข้าวัดพักนี้แหละ เอาใจของเรานึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ สามหนแล้วมารวมว่า พุทโธ พุทโธ พุทโธ คำเดียว รักษากาย หลับตา งับปาก ลิ้นก็ไม่กระดุกกระดิก ระลึกพุทโธไว้ในใจนี่แหละ เข้าวัดกันตรงนี้ ให้เข้าวัด วัดอยู่ที่ตรงนี้ จะได้รู้จะได้เห็นความสุข มิใช่อื่นสุข นอกจากใจเราสงบแล้ว ไม่มีอื่นสุข..”

อาจาโรวาท
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
(พ.ศ.๒๔๔๒-๒๕๒๐)






นี่! คิดดูสิ
ดีก็อยู่ที่ปากเขา ชั่วก็อยู่ที่ปากเขา
เขาติฉินินทาก็อยู่ที่ปากเขาโน่น
เราไม่เอามาเป็นอารมณ์ ก็ไม่มีอะไรล่ะ

โอวาทธรรมคำสอน
#หลวงปู่ลี กุสลธโร
วัดภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี






“สงสัยทำไมคนอื่นคิดยังไง?”ให้สงสัยตัวเองดีกว่า ดูใจตัวเองสอนตัวเองพิจารณาตรวจดูจิตดูใจตัวเองดีกว่า…..

พระราชภาวนาวชิรคุณ วิ.(หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต)
วัดเขาตาเงาะอุดมพร จ.ชัยภูมิ




จิตของคนตามธรรมชาตินั้น
ไม่มีความดีใจ เสียใจ
ที่มีความดีใจเสียใจนั้นไม่ใช่จิต
แต่เป็นอารมณ์ที่มาหลอกลวง
แต่เป็นสังขารที่ปรุงแต่ง
จิตก็หลงไปตามอารมณ์
หลงสังขารไปโดยไม่รู้ตัว
แล้วก็เป็นสุขเป็นทุกข์ไปตามอารมณ์
เป็นสุขเป็นทุกข์ไปตามสังขาร เพราะยังไม่ได้ฝึก
ยังไม่ฉลาด แล้วเราก็นึกว่า จิตเราเป็นทุกข์
นึกว่าจิตเราสบาย ความจริงมันหลงอารมณ์
มันหลงสังขาร เพราะเราส่งจิตออกนอก
ไปตามอารมณ์ไปตามสังขารมากเกินไป

#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล







ความดีเราทำเองดีกว่า

“แม้เปรตตนนั้นก็เหมือนกัน ตายไปแล้ว
จึงมาขอส่วนบุญ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ทำอันตราย
แม้พระพุทธรูป แผ่เมตตาให้ไปได้รับหรือไม่
ก็ไม่รู้ สู้เราทำเองไม่ได้ เราทำของเราได้
มากน้อยเท่าไรก็มีความปิติ อิ่มเอิบใจเท่านั้น

ธรรมทั้งหลายไหลมาจากเหตุ
กายก็เป็นเหตุอันหนึ่ง วาจาก็เป็นเหตุอันหนึ่ง
ใจก็เป็นเหตุอันหนึ่ง ทางของบุญหรือบาป
เหล่านี้มีอยู่ในตัวของเราเอง ไม่ได้อยู่ที่ไหน
เราทำเอง สร้างเอง อย่ามัวมั่วอดีต เป็นอนาคต
มีแต่ปัจจุบันเท่านั้นที่เป็น ธรรมดา”
...
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่





“ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี นี่ล่ะทางพ้นทุกข์อันแท้จริง ”

พระคุณเจ้าหลวงปู่ พนฺธมุตฺโต : อริยสงฆ์แห่งเขาตาเงาะอุดมพร จ.ชัยภูมิ
พระอริยสงฆ์สายกรรมฐานผู้ทรงคุณธรรมอันยิ่ง




วันมาฆบูชาเป็นวันที่เลิศเลอ
ทำจิตใจของเราให้สงบร่มเย็น
แม้ไม่เลิศเลอก็ยังดีนะ ให้พากันตั้งอกตั้งใจมาก

โอวาทธรรม หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน







"...การทำบุญให้ทาน รักษาศีลนี้ เป็นกิ่งของการภาวนา ถ้าการภาวนามีหลักมีเกณฑ์ดีเท่าไร เรื่องการทำบุญให้ทานภายนอกนั้นจะมีกำลังดึงดูดกันเอง มีกำลังไปเอง เพราะอำนาจแห่งการภาวนา ความเชื่อมั่นในจิตของตัวเองจากภาวนานี้เป็นเครื่องหนุนให้ทำความดีหนักเข้า ๆ หนักเข้าในเรื่องบุญเรื่องกรรม ทุกอย่างหนักเข้าไป การภาวนาจึงเป็นของสำคัญ
การภาวนานี้มีอานิสงส์มากยิ่งกว่าการสร้างบุญทั้งหลายนะ จะได้สั่งสมบุญกุศลตลอด จะรู้เห็นอะไรไม่เห็นอะไรก็ตาม ส่วนบุญกุศลเกิดขึ้นจากการภาวนาเป็นรากฐานสำคัญและมีอานิสงส์มากด้วย จึงขอให้พากันตั้งอกตั้งใจทำภาวนา บำรุงลำต้นให้ดี กิ่งก้านสาขาดอกใบจะแตกกระจายออกไป..."

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน







“..ถ้าไม่รักษาใจจะรักษาอะไรถึงจะเป็นศีลเป็นธรรมที่ดีงามได้ นอกจากคนที่ตายแล้วเท่านั้นจะไม่ต้องรักษาใจแม้กายวาจาก็ไม่จำต้องรักษา แต่ความเป็นเช่นนั้นของคนตายนักปราชญ์ท่านไม่ได้เรียกว่าเขามีศีล เพราะไม่มีเจตนาเป็นเครื่องส่องแสดงออก ถ้าเป็นศีลได้ควรเรียกได้เพียงว่าศีลคนตาย ซึ่งไม่สำเร็จประโยชน์ตามคำเรียกแต่อย่างใด ส่วนอาตมามิใช่คนตายจะรักษาศีลแบบคนตายนั้นไม่ได้ ต้องรักษาใจให้เป็นศีลเป็นธรรมสมกับใจเป็นผู้ทรงไว้ทั้งบุญทั้งบาปอย่างตายตัว..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 92 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร