วันเวลาปัจจุบัน 30 มิ.ย. 2026, 11:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์ เมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 17:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ม.ค. 2009, 10:41
โพสต์: 17


 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกอย่างมาจากเหตุ ก่อเกิดผล มีที่มา พบที่ไป

.....................................................
ไร้กระบี่ ไร้ใจ คือเรา เทพกระบี่


โพสต์ เมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 11:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 462

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


...มนุษย์บางประเภทไม่สามารถบรรลุธรรมชั้นโสดาบันขึ้นไปได้ ..

สามัญผลสูตร..
พระเจ้าอชาตศัตรู...

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พระเจ้าแผ่นดินมคธ พระนามว่า
อชาตศัตรู เวเทหีบุตร ได้กราบทูลพระดำรัสนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบ
เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยคิดว่า
ผู้มีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ ฉันใด พระผู้มีพระภาคทรงประกาศพระธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้น
เหมือนกัน

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันนี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาค พระธรรมและพระสงฆ์ว่า
เป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำหม่อมฉันว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่
วันนี้เป็นต้นไป

โทษได้ครอบงำหม่อมฉัน ซึ่งเป็นคนเขลา คนหลง ไม่ฉลาด หม่อมฉัน
ได้ปลงพระชนมชีพ พระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรมเพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่
ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงรับทราบความผิดของหม่อมฉันโดยเป็นความผิดจริง เพื่อสำรวมต่อไป.
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า จริง จริง ความผิดได้ครอบงำมหาบพิตรซึ่งเป็นคนเขลา คนหลง
ไม่ฉลาด มหาบพิตรได้ปลงพระชนมชีพพระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรม เพราะเหตุ
แห่งความเป็นใหญ่ แต่เพราะมหาบพิตรทรงเห็นความผิดโดยเป็นความผิดจริงแล้ว ทรงสารภาพ
ตามเป็นจริง ฉะนั้น อาตมภาพ ขอรับทราบความผิดของมหาบพิตร ก็การที่บุคคลเห็นความผิด
โดยเป็นความผิดจริง แล้วสารภาพตามเป็นจริงรับสังวรต่อไป นี้เป็นความชอบในวินัยของ
พระอริยเจ้าแล.

..............
[๑๔๐] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท้าวเธอได้กราบทูลลาว่า ข้าแต่พระองค์
ผู้เจริญ ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลาไปในบัดนี้ หม่อมฉันมีกิจมาก มีกรณียะมาก พระผู้มีพระภาค
ตรัสว่า ขอมหาบพิตรทรงสำคัญเวลา ณ บัดนี้เถิด. ครั้งนั้นแล พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่า
อชาตศัตรู เวเทหีบุตร ทรงเพลิดเพลินยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้ว เสด็จลุกจากอาสนะ
ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทรงกระทำประทักษิณแล้วเสด็จไป. เมื่อท้าวเธอเสด็จไปไม่นาน
พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาพระองค์นี้ถูกขุดเสียแล้ว
พระราชาพระองค์นี้ถูกขจัดเสียแล้ว หากท้าวเธอจักไม่ปลงพระชนมชีพพระบิดาผู้ดำรงธรรม เป็น
พระราชาโดยธรรมไซร้ ธรรมจักษุ ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน จักเกิดขึ้นแก่ท้าวเธอ
ณ ที่
ประทับนี้ทีเดียว. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคำเป็นไวยากรณ์นี้แล้ว. ภิกษุเหล่านั้นชื่นชมยินดีภาษิต
ของพระผู้มีพระภาคแล้วแล.
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=9&A=1072&Z=1919..........................

...............
[ผู้โพสต์]
...การไม่ทำบาปทั้งปวง จึงมาเป็นข้อแรก
...........อชาตศัตรู ได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นกษัตริย์ แต่ด้วยคบ มิตรเลวในตอนต้น จึงชักนำไปในทางที่ผิด........
จนถึงได้พบพระพุทธเจ้า ได้ฟังสามัญญผลสูตรแล้ว ก็ไม่สามารถ บรรลุธรรมได้..

.....................................................
"เป็นผู้เคารพยิ่งนักต่อพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค"
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นอติธัมมครุคือ


แก้ไขล่าสุดโดย นัน555 เมื่อ 14 ก.พ. 2009, 11:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสต์ เมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 11:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 462

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


..มนุษย์บางประเภทไม่สามารถบรรลุธรรมชั้นโสดาบันขึ้นไปได้ ..

ในสมัยพุทธกาลยังมี กษัติรย์หนุ่มอีกองค์หนึ่ง มีความแค้นเขา
เพราะถูกว่า ว่าเป็นลูกไพร่ แค้นเพราะ เขาเอานมมาล้างพระที่นั้ง...

เมื่อพร้อมแล้วก็เสด็จไปแก้แค้น พระพุทธองค์เสด็จไปห้าม กลางทาง ถึง 3 ครั้งก็ห้ามไม่ได้
ในที่สุด..ก็ล้างแค้นสำเร็จ

แต่ขากลับกลางทางทั้งกษัติรย์และทหารบริวาร ก็ถูกแม่น้ำพัดตาย...

ถามว่ากษัติรย์องค์นี้ชื่อ อะไร มีอยู่ในสูตรไหน...???.
....
แน่นอนอุส่าห์ได้เป็นกษัติรย์ ได้พบพระพุทธเจ้าถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้ อะไร ไปเลย...
=
=
=


"> ถ้าบุรุษจะพึ่งทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ
ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้
ปญฺญญฺ ปริโส กยิรา กยิราถนํ ปุนปฺปุนํ
ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย"


ตรงข้ามกับบทนี้ ว่า

บุคคล ละบาปหรืออย่าทำบาป อย่าทำบาปบ่อย ว่าอย่างไร?

"> ไม่ควรดูหมิ่นต่อบาปว่ามีประมาณน้อยจักไม่ให้ผล"....ว่าอย่างไร?
.............................................

.....................................................
"เป็นผู้เคารพยิ่งนักต่อพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค"
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นอติธัมมครุคือ


โพสต์ เมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 03:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 462

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


[๒๘] อภัพพาคมนบุคคล บุคคลผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผลเป็นไฉน ?

บุคคลที่ประกอบด้วย กัมมาวรณ์ ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์ ประกอบ
ด้วยวิปากาวรณ์ ไม่มีศรัทธา ไม่มีฉันทะ มีปัญญาทราม โง่เขลา เป็นผู้ไม่
ควรหยั่งลงสู่นิยามอันถูกต้องในกุศลธรรมทั้งหลาย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า
อภัพพาคมนบุคคล บุคคลผู้ไม่ควรแก่การบรรลุมรรคผล.

[๒๙] ภัพพาคมนบุคคล บุคคลผู้ควรแก่การบรรลุมรรคผลเป็นไฉน ?
บุคคลที่ไม่ประกอบด้วยกัมมาวรณ์ ไม่ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์ ไม่
ประกอบด้วยวิปากาวรณ์ มีศรัทธา มีฉันทะ มีปัญญา ไม่โง่เขลา เป็น
ผู้ควรเพื่อหยั่งลงสู่นิยามอันถูกต้องในกุศลธรรมทั้งหลาย บุคคลเหล่านี้เรียกว่า
ภัพพาคมนบุคคล บุคคลผู้ควรแก่การบรรลุมรรคผล.

.............................
อภิธรรม บุคคลบัญญัติ
http://www.openbase.in.th/files/tipitaka_79.pdf

.....................................................
"เป็นผู้เคารพยิ่งนักต่อพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค"
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นอติธัมมครุคือ


โพสต์ เมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 04:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 462

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


อรรถกถาอภัพพคมนบุคคล และ ภัพพาคมนบุคคล

วินิจฉัยในนิเทศแห่ง อภัพพาคมนบุคคล. ผู้ใดไม่ควรเพื่อจะ
บรรลุสัมมัตตนิยาม เหตุนั้น ผู้นั้นจึงชื่อว่า อภัพพาคมนบุคคล.

บทว่า
"กมฺมาวรเณน" แปลว่า ด้วยกรรมอันเป็นเครื่องกั้น ได้แก่
อนันตริยกรรม๕ อย่าง.

บทว่า "กิเลสาวรเณน" แปลว่า ด้วยกิเลสเป็นเครื่องกั้น ได้แก่
นิยตมิจฉาทิฏฐิ.

บทว่า "วิปากาวรเณน" แปลว่า ด้วยวิบากเป็นเครื่องกั้นได้แก่ปฏิสนธิด้วยอเหตุกะและทวิเหตุกจิต.

บทว่า "อสทฺธา" แปลว่า ผู้ไม่มีศรัทธา ได้แก่ เป็นผู้เว้นจากความเชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์. บทว่า

"อจฺฉนฺทิกา" แปลว่า ผู้ไม่มีฉันทะ ได้แก่ ผู้เว้นจากความพอใจ ในกัตตุ-
กัมยตากุศล. เว้นชาวชมพูทวีปเสียแล้ว บุคคลเหล่านั้น พึงทราบว่าผู้อยู่ใน
ทวีปทั้ง ๓ นอกจากนี้ ในบรรดาบุคคลเหล่านั้น มนุษย์ทั้งหลายชื่อว่า เข้าถึง
ความเป็นผู้ไม่มีฉันทะ.

บทว่า "ทุปฺปญฺญา" แปลว่า มีปัญญาทราม ได้แก่
เว้นจากภวังคปัญญา.

บทว่า "อภพฺพา" แปลว่า ผู้ไม่ควร ได้แก่ ไม่ได้อุปนิสัยแห่งมรรคและผล.
บทว่า "นิยามํ" ได้แก่ มรรคนิยาม.
บทว่า"โอกฺกมิตุํ" ความว่า ไม่ควรเพื่อจะก้าวล่วง คือก้าวลงไปสู่นิยาม กล่าวคือ
สัมมัตตะในธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศลเพื่อจะตั้งมั่นในมรรคผลนั้นได้.

นิเทศแห่ง ภัพพาคมนบุคคล บัณฑิตพึงทราบโดยปฏิปักษ์นัยจากคำ
ที่กล่าวแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในทุกะนี้ อย่างนี้ว่า

บุคคลใด กระทำ

ปัญจานันตริยกรรม ๑
เป็นผู้นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๑
ผู้ถือปฏิสนธิมาด้วยอเหตุกะและทวิเหตุกจิต ๑
ผู้ไม่เชื่อพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ๑
ความพอใจเพื่อจะทำกุศลของผู้ใดไม่มี ๑
ผู้มีภวังคปัญญาไม่บริบูรณ์ ๑
อุปนิสัยมรรคผลของผู้ใดไม่มี ๑


บุคคลเหล่านั้น แม้ทั้งหมดเป็นผู้มีภัพพวิปริตไม่พึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามธรรม คือ มรรคผลและนิพพาน"ดังนี้.

จบอรรถกถาอภัพพาคมนบุคคล และภัพพคมนบุคคล

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา-บุคคลบัญญัติ เล่ม ๓ - หน้าที่ 208
http://www.openbase.in.th/files/tipitaka_79.pdf
-----------------------------------------------

????? [ผู้โพสต์] อรรถกถา ในที่นี้ ไม่ได้อธิบายว่า "ไม่ได้อุปนิสัยแห่งมรรคและผล" คือเช่นไร?

.....................................................
"เป็นผู้เคารพยิ่งนักต่อพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค"
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นอติธัมมครุคือ


แก้ไขล่าสุดโดย นัน555 เมื่อ 16 ก.พ. 2009, 05:39, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสต์ เมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 05:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2007, 13:40
โพสต์: 462

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


อรรถกถาไม่ได้อธิบาย
อเหตุกะและทวิเหตุกจิต.
......
...... :b38:

ค้นมาจากinternet..[ควรใช้วิจารณณาณ อาจจะไม่ถูกต้อง..
..แต่เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าต่อไป]
..........


...........................
ติกเหตุกบุคคล - ปฏิสนธิพร้อมด้วยปัญญาด้วยบุญ(มหาวิบากญาณสัมปยุตต ๔ ดวง มหัคคตวิบาก ๙(ฌาณจิต) )

ทวิเหตุกบุคคล - ปฎิสนธิมีปัญญาน้อย ด้วยบุญ(มหาวิบากญาณวิปปยุต)

สุขคติอเหตุกบุคคล - ปฏิสนธิด้วยบุญน้อยมากๆ แต่ไม่มีปัญญา เป็นมนุษย์ หรือ เทวดาที่พิการ แต่กำเนิด (อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก)

อเหตุกบุคคล - ปฏิสนธิด้วยบาป เป็นสัตว์ในอบาย ๔ (อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก)

ผู้ที่จะฟังธรรมแล้วทำความเข้าใจ จนบรรลุได้นั้น ต้องเป็น
ติกเหตุกบุคคลคือ
ปฏิสนธิพร้อมด้วยปัญญา นอกนั้นบรรลุไม่ได้


------------------
link:
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=9332

http://www.tosdn.com/forum/index.php?action=printpage;topic=1670.0
..................
:b48: :b46: :b45: :b41:

เพราะฉะนั้น จึงขอชวนเราๆท่าน กัลยาณมิตรกัลยณธรรม ทั้งหลาย
จงเร่งทำการ....
กุศล
กุศล 17280 ดวงนี้ ให้ไปที่ดีแน่นอน


http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=20488

--------------------
[ผู้โพสต์]
กองการกุศลที่น่า จะส่งผลให้ได้เกิดปัญญามาก เช่น

ทาน..
สร้างหนังสือ
สร้างโรงเรียน
สร้างโรงเรียนพระปริยัติฯ
สร้างพระไตรฯ



ศีล ..
อินทรีย์สังวรณ์ ศีล8 อาชีวบริสุทธิฯ

ภาวนา..
พุทธาณุสติ ธรรมานุสติ

.....................................................
"เป็นผู้เคารพยิ่งนักต่อพระสัทธรรมของสมเด็จพระผู้มีพระภาค"
ขอข้าพเจ้าพึงเป็นอติธัมมครุคือ


โพสต์ เมื่อ: 04 มิ.ย. 2025, 09:47 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2585

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสต์ เมื่อ: 23 มิ.ย. 2025, 09:11 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 3016


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสต์ เมื่อ: 23 มิ.ย. 2026, 13:35 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 876

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสต์ เมื่อ: 26 มิ.ย. 2026, 22:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2266

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


คำที่กล่าวว่า  ทวิเหตุกบุคคลไม่อาจบรรลุธรรมได้ 
เหตุที่อโมหเหตุ อันเป็น ปัญญาเจตสิก ไม่มี  

เม ขอค้าน

ถ้าฟังเช่นนั้น แล้วมึน แล้วเชื่อไปเลย  ตามเจ้าของกระทู้

ก็คงคิดว่าธรรมนั่น เป็นจริง

ก็จะผิดไปจากพระธรรมข้ออื่น 

ก็ขอบอกตรงๆ ว่าอย่าเชื่อ ว่าเป็นครู อย่าเชื่อว่า พูดน่าฟัง

แต่ให้ใช้กาลามสูตร ว่าควรเชื่อมั๊ย ในคำกล่าวนั้น 

ว่าเหตุใด พระพุทธองค์จึงทรงปรากฎในโลก  
มาสอนพระธรรม 

แล้ว  เหตุใด

พระพุทธองค์ได้ ทรงตรัส ชัดเจน
ว่า บุคคล สามารถบรรลุธรรมได้ 

ด้วยเหตุของปัญญาสาม ที่ทำให้มี ทำให้เกิด ได้   คือ 

สุตมยปัญญา
จินตามยปัญญา
ภาวนามยปัญญา

ไม่ว่า  จะเป็น  มนุษย์แบบบัวสามเหล่า หรือบัวสี่ประเภท 

จึงสามารถบรรลุธรรม ได้

tongue  


โพสต์ เมื่อ: 27 มิ.ย. 2026, 00:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2266

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


พระธรรมของพระพุทธองค์
มีทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย
แค่เบื้องต้น ก็
อย่าด่วนสรุปน๊ะค๊ะ

rolleyes


โพสต์ เมื่อ: 27 มิ.ย. 2026, 13:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2266

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


โดยเบื้องต้น พระพุทธองค์ ได้ชี้ถึงเหตุ แห่งโรค ในบุคคลประเภทต่างๆไว้ อย่างละเอียด จากเหตุต่างๆ  

ในท่ามกลาง และก็ได้ทรงชี้ แนะตำรายา เพื่อรักษา 

จนถึงเบื้องปลายสุด  คือหายจากภัย ถึง ที่สุดแห่งทุกข์ให้ 

พระพุทธองค์ ได้ทรงชี้แนะ และมอบตำรา ธรรมโอสถให้ 

ให้สรรพสัตว์ ได้รู้อาการของตนเอง ว่าป่วยประการใด มีข้อบกพร่องประการใด
เหมือนเช่น ไขมันมากไป  เป็นเบาหวาน เป็นโรคไต โรคความดัน 

ถ้าสรรพสัตว์ รู้ตัวเอง ว่า อยู่ในภาวะใด 
และมีตำรายาที่พระองค์ให้ไว้ ก็จะเลือกยา ได้ถูกต้อง  รักษาตนเองได้ 

ปวดหัว ก็ต้องกินยาแก้ปวด  ถ้าปวดมาก ก็ต้องใช้ตำหรับยาวิธีการ สำหรับผ่าสมอง 

พระพุทธองค์ ได้แต่ทรงชี้แนะ แต่ ต้องไปทำยากินเอง ตามตำราที่ทรงมอบให้

ต้อง สำรวจตนเอง ให้ชัด ก็จะ ได้ยา ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง หายจากโรคได้  


จึง ทรงแสดงดวงจิตในบุคคลที่บรรลุมรรค  ที่ทำให้เกิดได้ 

ด้วยปัญญา 3 ประการ 

โสดาบันปัตติผลบุคคล  มีดวงจิตที่เกิดได้  50ดวง เกิดไม่ได้ 39ดวง

สกทาคามีผลบุคคล      มีจิตเกิดได้   50  ดวง  จิตที่เกิดไม่ได้ 39 ดวง   แต่ เปลี่ยนจากมรรคเป็นผล

อนาคามีผลบุคคล       มีจิตที่เกิดได้  48 ดวง  จิตที่เกิดไม่ได้ 41  ดวง

และอรหันตตผลบุคคล ก็มีจิตที่เกิดได้ 44 ดวง    จิตที่เกิดไม่ได้  45  ดวง


ส่วนเม  เมื่อก่อนนั้น

เมือหมอจิตเวชประเมินให้คะแนน  
เม ก็ยังได้คะแนน  สูงกว่าเพื่อนๆซะอีก นะคะ 

rolleyes


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 38 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร